Multitasking บน Smartphone

หากย้อนกลับไปสมัย PDA (Personal Digital Assistant - เป็นบรรพบุรุษของ Smartphone) ระบบปฏิบัติการที่ดังๆในบ้านเราก็เป็น Palm OS กับ Pocket PC สมัยนั้นระบบปฏิบัติการทั้งสองนี้ต่างกันมากครับ
โดยเฉพาะในสาระสำคัญอันหนึ่งคือ Palm OS เป็นระบบปฏิบัติการที่เปิดโปรแกรมใช้ได้คราวละหนึ่งโปรแกรม (อาจมีกรณีพิเศษแต่จะต้องใช้เทคนิคการเขียนโปรแกรมช่วย ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของระบบปฏิบัติการโดยตรง) ขณะที่ Pocket PC เป็นระบบปฏิบัติการ Multitasking ที่เปิดโปรแกรมได้คราวละหลายๆตัว
หากมองกันง่ายๆว่าหลายตัวย่อมดีกว่าตัวเดียว ก็คงสรุปได้ง่ายๆด้วยว่าระบบปฏิบัติการ Multitasking ย่อมดีกว่า ซึ่งหากไม่มีขีดจำกัดต่างๆรอบตัวก็สามารถสรุปได้แบบนั้นเหมือนกันครับ
แต่ Multitasking นั้นต้องมีระบบปฏิบัติการที่ซับซ้อน ต้องใช้กำลังเครื่องมาก แล้วจะไปเอาอะไรนักหนากับกำลังเครื่องของคอมพิวเตอร์ขนาดเท่าฝ่ามือ แล้วคาดหวังกับโปรแกรมซับซ้อนระดับเดียวกับบนเครื่องใหญ่ๆ
ผลที่ออกมาคือ Pocket PC ตอบสนองอืดอาด เพราะรับภาระมหาศาลเมื่อเทียบกับสมรรถนะของตัวเอง
พอมาสมัยของ Smartphone เรื่องการตอบสนองอืดอาดกลายเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้นครับ เพราะการอืดหรือแฮงไปเลยทำให้เรารับสายไม่ได้ การเป็นโทรศัพท์ที่รับสายไม่ได้นี่มันร้ายแรงกว่าการเป็น PDA แฮงนะครับ ซึ่งปรากฏว่าไม่เฉพาะ Pocket PC เท่านั้นที่มีอาการนี้ ระบบปฏิบัติการ Multitasking อื่นๆร่วมสมัยก็ประสบชะตากรรมเดียวกันคือ อืด แต่จะถอยกลับไปใช้ระบบปฏิบัติการแบบเปิดทีละโปรแกรมอย่างเดิมก็ไม่ได้แล้ว เพราะความต้อองการของผู้ใช้ซับซ้อนขึ้น ระบบสื่อสารข้อมูลก้าวหน้าขึ้น
สมัยนั้น Palm OS ไปถึงขีดจำกัดของมันและต้องปรับไปเป็น Multitasking เช่นกันครับ
สมัยนั้นเป็นที่รู้กันว่า Smartphone อืด แต่ใครจะอืดน้อยกว่ากันเท่านั้น
จนกระทั่งถึงวันของ Apple นำเอา iPhone ออกมาพร้อมระบบปฏิบัติการที่ต่อยอดจาก UNIX
ครับ เป็นระบบปฏิบัติการ Multitasking แต่ Apple ไม่ยอมให้โปรแกรมบน iPhone ทำงานพร้อมกันหลายตัวครับ ยกเว้นเพียงบางกรณีจริงๆเท่านั้น แต่ iPhone ชดเชยโดยวิธีคล้ายๆกับสมัย Palm OS คือโปรแกรมทุกตัวจะเก็บสถานะสุดท้ายของตัวเองไว้เมื่อต้องปิดตัวลงเพื่อให้โปรแกรมอื่นเข้ามาทำงานแทนตามคำสั่งนาย วิธีนี้ทำให้การสลับโปรแกรมส่วนใหญ่ไปมาดูต่อเนื่องไม่แพ้การทำ Multitasking
สิ่งที่ได้คือ Smartphone ที่ตอบสนองรวดเร็ว เสถียรภาพดี เมื่อบวกกับการออกแบบที่ดีทำให้ iPhone ใช้ง่าย ไม่จุกจิก ไม่อืดอาดให้กวนใจ
ครับ Multitasking ดูเหมือนจะกลายเป็นผู้ร้ายไปเสียแล้ว ดูดีบนกระดาษ แต่ไม่ได้เรื่องเวลาใช้จริง
Windows Mobile ปรับตัวตอบสนองกับ iPhone อีกครั้ง (ขานี้เขาวิ่งตามคนอื่นประจำแหละ) ด้วยการทำให้ Windows Mobile 6 และรุ่นใหม่กว่า มีอาการ "หวง" หน่วยความจำครับ คือหากหน่วยความจำลดลงเพียงไม่มากนักเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ระบบก็จะจัดการปิดโปรแกรมที่วิ่งอยู่ในฉากหลังเพื่อเรียกคืนหน่วยความจำทันที
ผลคือ Windows Mobile 6 คล่องแคล่วขึ้นและเสถียรขึ้นเยอะ แต่ปรากฏว่าหวงหน่วยความจำเสียจนบ่อยครั้งที่เปิดโปรแกรมได้คราวละโปรแกรมเท่านั้น ที่เหลือๆปิดเรียบ ดูไม่แปลกเท่าไหร่
ครับ ปิดก็ปิดไป ไม่ได้ใช้นี่
แต่สำหรับแฟน Windows Mobile ดั้งเดิมนั้น การฟังวิทยุไปพร้อมๆกับอ่านข่าวและเปิด MSN ในเครื่องเดียวกันเป็นกิจกรรมที่ทำมานานแสนนานจนยังไงเสียก็ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Multitasking ครับ การที่วิทยุปิดไปเฉยเลยระหว่างที่คุย twitter อยู่นั้นเป็นอะไรที่ปวดร้าวและน่ารำคาญมาก
Multitasking ไม่ง่ายเลยสำหรับเครื่องมือเล็กๆอย่าง Smartphone ที่ต้องรองรับการใช้งานที่สลับซับซ้อนขนาดนั้น แต่ยังไงเสีย Multitasking ก็ต้องมาครับ
และในที่สุด Apple ก็เสนอ iPhone 4 บนระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่ทำ Multitasking ได้ iPhone 4 เป็น Smartphone ที่ทำ Multitasking โดยแทบไม่สูญเสียความคล่องแคล่วและเสถียรภาพไปเลยด้วยซ้ำ
ที่เป็นแบบนี้เพราะ iPhone มี "ประเพณี" ซึ่งก็คือข้อบังคับนั่นแหละครับ ที่มีมาตั้งแต่แรกแล้วว่าโปรแกรมทั้งหลายจะออกแบบขึ้นภายได้ข้อบังคับจำนวนหนึ่ง ข้อบังคับที่จะทำให้โปรแกรมที่จะใช้งานบน iPhone จะต้องไปเข้าที่ยุ่มย่ามกับบางเรื่องที่ iPhone สงวนไว้เพื่อเสถียรภาพและการตอบสนองของเครื่องไงครับ และ Apple เข้มงวดจริงจังกับทุกโปรแกรมที่นำมาเผยแพร่บน AppStore
ดูน่าอืดอัดเมื่อเทียบกับการพัฒนาโปรแกรมบน Android หรือ Windows Mobile ที่ว่ากันได้เต็มที่ แล้วกลายเป็นโปรแกรมที่เก่งแต่เทอะทะ แถมด้วยอาจจะเข้ารบกวนการทำงานของเครื่องจนเอิกเกริก
สิ่งที่ดูเหมือนขีดจำกัดของการพัฒนาบน iPhone ถูกชดเชยด้วยโอกาสของการใช้ความคิดสร้างสรร และวันนี้ดูเหมือนความคิดสร้างสรรค์กำลังไปกันได้กับสมรรถนะอย่างลงตัวบน iPhone 4
การทำ Multitasking ด้วยข้อกำหนดที่เข้มงวดในการพัฒนาโปรแกรมดูจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับ Smartphone
แต่จะให้ Android หรือ Windows Phone ปรับตัวไปในทางนั้นก็คงไม่ง่ายนักเมื่อผู้ใช้และผู้พัฒนาในกลุ่มนี้ไม่ค่อยชอบการบังคับ
แต่ยังเสียก็ต้องมีการปรับตัวครับ ไม่งั้นก็ไม่ต้องไปแข่งกับเขา
เราคาดว่าจะได้พบกับโปรแกรมที่ซับซ้อนน้อยลง มีจำนวนชิ้นมากขึ้น โปรแกรมใหญ่ๆอาจถูกทอนลงเป็น Suite ของโปรแกรมย่อยๆที่ทำงานต่อเนื่องกันเพื่อเปิดโอกาสให้ระบบจัดการกับหน่วยความจำได้ง่ายขึ้น คล่องแคล่ว มีเสถียรภาพดี โดยยังมีสมรรถนะสูงเช่นเดิม
ดูเหมือนฟากของ Android และ Windows Phone จะต้องพึ่งพาการปรับตัวของฝ่ายนักพัฒนา มากกว่าจะปรับในส่วนของ OS เองเพียงฝ่ายเดียว
จะทำยังไง ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ ว่าเจ้าของ OS อย่าง Google และ Microsoft จะจูงใจนักพัฒนาอย่างไร









Recent comments
5 sec ago
1 day 55 min ago
1 day 18 hours ago
1 week 2 days ago
1 week 3 days ago
1 week 4 days ago
15 weeks 1 day ago
17 weeks 4 days ago
20 weeks 9 hours ago
28 weeks 4 days ago